สมชีวิธรรม 4 คือคำสอนที่พระพุทธเจ้าตรัสกับสามีภรรยาที่อยากพบกันทั้งชาตินี้และชาติหน้า ว่าทั้งสองพึงมีศรัทธา ศีล จาคะ (ความมีน้ำใจ เสียสละ) และปัญญาเสมอกัน พระสูตรไม่ได้เอ่ยถึงคู่เพศเดียวกัน ส่วนบทความวิชาการปี 2566 ในวารสารของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (มจร.) ไม่พบข้อห้ามหรือข้ออนุญาตเรื่องการแต่งงานของคนเพศเดียวกันในคำสอน และเห็นว่ามีความเป็นไปได้ที่จะทำได้ ตราบที่ไม่ละเมิดศีลข้อ 3 (เว้นการประพฤติผิดในกาม) และไม่เป็นอันตรายต่อตนเองและสังคม
ผู้เขียนเปิดอ่านแหล่งทั้งหมดเมื่อ 27 ตุลาคม 2569
สมชีวิธรรม 4 มาจากพระสูตรไหน และตรัสกับใคร
ในพระไตรปิฎก สมชีวิสูตรเล่าว่า คฤหบดีชื่อนกุลบิดากับภรรยาชื่อนกุลมารดา กราบทูลพระพุทธเจ้าว่า ตั้งแต่ครอบครัวพามาอยู่ด้วยกันตอนยังหนุ่มสาว ทั้งสองไม่เคยคิดนอกใจกันแม้แต่ในใจ และปรารถนาจะพบกันทั้งชาตินี้และชาติหน้า
พระพุทธเจ้าตรัสว่า ถ้าภรรยาและสามีหวังเช่นนั้น ทั้งสองพึงมีศรัทธา ศีล จาคะ และปัญญาเสมอกัน คาถาท้ายพระสูตรบรรยายคู่แบบนี้ไว้หลายข้อ เช่น พูดคำที่น่ารักต่อกัน รักใคร่กันมาก และไม่มีใจร้ายต่อกัน บทความวิชาการของไทยเรียกธรรมสี่ข้อนี้ว่าสมชีวิธรรม หรือสมชีวิตาธรรม
บทความวิชาการพุทธปี 2566 เขียนถึงคู่เพศเดียวกันว่าอย่างไร
บทความปี 2566 ของไพฑูรย์ อุทัยคาม กับพระมหาพรชัย สิริวโร จาก มจร. ไล่เหตุผลทั้งฝ่ายที่เห็นว่าควรและไม่ควร โดยพิจารณาจากคำสอนของพุทธศาสนาเป็นหลัก แล้วสรุปว่าการแต่งงานของคนเพศเดียวกันจัดไม่ได้ว่าควรหรือไม่ควร เพราะไม่มีการกล่าวห้ามไว้ในคำสอน ที่พบคือเรื่องการละเมิดศีลข้อ 3 เท่านั้น และเสนอว่าทำได้ ถ้าไม่ละเมิดศีลข้อ 3 ไม่เบียดเบียนตนเองและผู้อื่น และไม่ละเมิดประโยชน์ของตนเองและผู้อื่น
ในส่วนที่ไล่เหตุผลของฝ่ายที่เห็นว่าไม่ควร บทความยกเรื่องเล่าในคัมภีร์สองเรื่องว่าคนที่เป็นชู้กับภรรยาผู้อื่นไปเกิดเป็นคนที่ไม่เป็นทั้งหญิงทั้งชาย แล้วเขียนว่าปฏิเสธไม่ได้ว่าคนที่มีพฤติกรรมทางเพศไม่ตรงกับเพศกำเนิดเป็นผลของกรรมนั้น และอ่านว่ารวมถึงคนรักเพศเดียวกันด้วย ส่วนเดียวกันยกคำอธิบายในอรรถกถาที่เรียกความใคร่ระหว่างคนเพศเดียวกันว่ามิจฉาธรรม แล้วเขียนว่ายังสรุปจากข้อนี้ไม่ได้ ข้อสรุปของบทความไม่ได้ใช้เรื่องกรรมเก่าตัดสิน อีกมุมของความเชื่อเรื่องกรรมเก่า อ่านต่อได้ที่ เกย์กับศาสนา เปิดมุมมอง เกย์กับพุทธศาสนา ที่หลายคนไม่กล้าพูด

เสมอกันไม่ได้แปลว่าต้องเหมือนกันทุกอย่าง
บทความวิเคราะห์ของนภาพร วรสายัณห์ ในวารสารของ มจร. ปี 2560 ถามว่าสามีภรรยาทั่วไปจะมีธรรมสี่ข้อเสมอกันได้จริงหรือ บทความตอบว่า ความเสมอกันแบบเท่ากันจริง ๆ เป็นเงื่อนไขของการพบกันอีกในชาติหน้า แต่สามีภรรยาทั่วไปที่อยากอยู่ด้วยกันอย่างมีความสุข ไม่จำเป็นต้องเท่ากันทั้งปริมาณและคุณภาพ ขอให้ไปในทิศทางเดียวกันและพอ ๆ กัน เพื่อไม่ให้ความต่างเป็นต้นเหตุของการทะเลาะ
บทความเดียวกันยกคำอธิบายของ ป.อ. ปยุตฺโต จากหนังสือคู่สร้างคู่สม และความเห็นของเสฐียรพงษ์ วรรณปก ผู้เขียนสรุปบางส่วนไว้ในตาราง
| ข้อ | คำอธิบายของ ป.อ. ปยุตฺโต | ตัวอย่างหรือความเห็นของเสฐียรพงษ์ วรรณปก |
|---|---|---|
| ศรัทธาเสมอกัน | ความเชื่อ ความเลื่อมใส และสิ่งที่ถือว่าดีงาม ตั้งแต่ศาสนาไปจนถึงความชอบแนวเดียวกัน | ความเชื่อและค่านิยมลงรอยหรือปรับเข้าหากันได้ ไม่ดึงดันว่าตนถูกฝ่ายเดียว |
| ศีลเสมอกัน | ความประพฤติเข้ากันได้ ไม่ถึงขั้นรังเกียจ ดูหมิ่น หรือขัดแย้งรุนแรง เช่น คนหนึ่งพูดหยาบ อีกคนทนคำหยาบไม่ได้ | ฝ่ายหนึ่งชอบเข้าวัดทำบุญ อีกฝ่ายทำด้วย หรือไม่ทำก็ไม่ขัดขวาง |
| จาคะเสมอกัน | มีน้ำใจ เอื้อเฟื้อ ใจกว้าง ถ้าไม่สมกัน มีโอกาสกระทบใจกันเรื่อยไป | ถ้าคนหนึ่งเห็นแก่ได้ อีกคนใจกว้างมาก ควรปรับให้พอเหมาะกัน |
| ปัญญาเสมอกัน | ไม่ต้องเรียนมาเท่ากัน แต่รับฟังเหตุผลของกัน เป็นคู่คิดกันได้ | คนจบมัธยมกับคนจบปริญญาเอกเข้ากันได้ ถ้ามีเหตุผลและรับฟังกัน |
คนหนึ่งเข้าวัด อีกคนไม่เข้า หรือนับถือคนละศาสนา
เรื่องเข้าวัดไม่เท่ากัน ดูตัวอย่างของเสฐียรพงษ์ในข้อศีลของตารางข้างบน ส่วนเรื่องนับถือคนละศาสนา ความเห็นในบทความวิเคราะห์ปี 2560 มีสองทาง เสฐียรพงษ์เห็นว่าถ้านับถือต่างกัน ต้องให้เกียรติและเคารพความเชื่อของอีกฝ่าย ไม่ก้าวก่ายหรือดูถูก ส่วนนภาพรเห็นว่าคู่ต่างศาสนาถือว่าศรัทธาไม่เสมอกัน แม้จะรับฟังกัน เพราะความเชื่อบางข้อขัดกันได้ การยอมกันอาจทำให้ไม่ทะเลาะ แต่ความไม่พอใจจะสะสมไว้ในใจ
ผู้เขียนเห็นว่า ไม่ว่าจะเชื่อแบบไหน เรื่องศรัทธาเป็นเรื่องที่คู่ควรคุยกันจริง เช่น จะทำบุญหรือไปศาสนสถานด้วยกันแค่ไหน และเรื่องไหนที่แต่ละคนถือเคร่ง ข้อตกลงแบบนี้คุยกันสองคนได้ ไม่ต้องบอกใคร
ซื่อสัตย์ต่อกัน และให้กันอย่างพอดี
คู่ในพระสูตรไม่เคยคิดนอกใจกันแม้แต่ในใจ บทความปี 2563 ของอำนาจ ยอดทอง จากมหาวิทยาลัยมหิดล อธิบายหลักที่หนุนศีลข้อ 3 ว่า สทารสันโดษ คือการยินดีและรักมั่นคงเฉพาะในสามีหรือภรรยาของตน และยกคำอธิบายของ ป.อ. ปยุตฺโต ว่าสาระของศีลข้อนี้ เช่น ไม่ละเมิดคู่ของผู้อื่นหรือคนที่ผู้อื่นหวงแหน ไม่ฝืนความสมัครใจของอีกฝ่าย และไม่นอกใจคู่ของตน บทความเดียวกันยกความเห็นของสมภาร พรหมทา ว่าศีลข้อนี้ครอบคลุมเพศสัมพันธ์ระหว่างชายกับชายด้วย
ส่วนการให้ บทความวิเคราะห์ปี 2560 เขียนว่าจาคะของสามีภรรยาต้องให้ซึ่งกันและกัน และวัดที่ทั้งคู่พอใจเท่ากันทั้งในฐานะผู้ให้และผู้รับ ไม่ใช่ที่สัดส่วน ซึ่งต้องคุยกันเปิดใจ ไม่ให้ความไม่พอใจสะสมจนเป็นความขัดแย้ง ถ้าเรื่องใครเลี้ยงใครในคู่ของคุณผูกกับว่าใครเป็นพี่ใครเป็นน้อง อ่านต่อได้ที่ เรียกแฟนว่าพี่หรือน้อง? ระบบอาวุโสในความรักเกย์ไทย
คำถามที่พบบ่อย
สมชีวิธรรมต่างจากฆราวาสธรรมอย่างไร
บทความวิเคราะห์ของนภาพร วรสายัณห์ ปี 2560 อธิบายว่าฆราวาสธรรมเป็นธรรมของผู้ครองเรือนโดยทั่วไป และยกคำของ ป.อ. ปยุตฺโต ว่าสมชีวิธรรมเป็นฐานของชีวิตคู่ที่ลึกซึ้งกว่า เพราะแสดงถึงคุณสมบัติที่สมกันของคู่ครอง

อยากเกิดมาเจอกันอีก พระสูตรว่าอย่างไร
สมชีวิสูตรในพระไตรปิฎกตอบสามีภรรยาที่อยากพบกันทั้งชาตินี้และชาติหน้า ว่าทั้งสองพึงมีศรัทธา ศีล จาคะ และปัญญาเสมอกัน พระสูตรพูดถึงชาตินี้กับชาติหน้า ไม่ได้พูดถึงทุกชาติ
เพิ่งคบกัน ใช้หลักนี้ได้ไหม
ผู้เขียนไม่พบเรื่องคู่ที่เพิ่งคบโดยตรงในแหล่งที่เปิดอ่าน บทความวิเคราะห์ปี 2560 ในวารสารของ มจร. เขียนว่าศึกษาเรื่องนี้เพื่อชาวพุทธที่กำลังจะมีหรือมีครอบครัวแล้ว ผู้เขียนเห็นว่าใช้สี่ข้อนี้เป็นหัวข้อคุยกันก่อนตกลงใช้ชีวิตด้วยกันได้ เช่น เรื่องไหนที่แต่ละคนถือว่าดีงาม
บทความวิชาการเหล่านี้เป็นคำตัดสินของคณะสงฆ์ไหม
ไม่ใช่ หน้าบทความของวารสาร มจร. สองฉบับที่ผู้เขียนเปิดอ่าน (บทความปี 2563 และ 2566) เขียนกำกับว่า เนื้อหาเป็นความเห็นและความรับผิดชอบของเจ้าของบทความ และผู้เขียนไม่พบคำวินิจฉัยของคณะสงฆ์เรื่องคู่เพศเดียวกันในแหล่งที่เปิดอ่าน
ทำตามสี่ข้อนี้แล้ว จะไม่ทะเลาะกันไหม
ผู้เขียนไม่พบงานที่วัดผลของหลักนี้กับคู่จริงในแหล่งที่เปิดอ่าน บทความวิเคราะห์ปี 2560 ในวารสารของ มจร. เขียนว่าความเสมอกันมีไว้เพื่อไม่ให้ความต่างในสี่ข้อนี้เป็นต้นเหตุของความขัดแย้ง
สรุป
สมชีวิธรรม 4 สอนสามีภรรยาที่อยากพบกันทั้งชาตินี้และชาติหน้าให้มีศรัทธา ศีล จาคะ และปัญญาเสมอกัน พระสูตรไม่ได้เอ่ยถึงคู่เพศเดียวกัน บทความปี 2566 ในวารสารของ มจร. ไม่พบข้อห้ามหรือข้ออนุญาตในคำสอนเรื่องการแต่งงานของคนเพศเดียวกัน และเห็นว่ามีความเป็นไปได้ที่จะทำได้ ตราบที่ไม่ละเมิดศีลข้อ 3 และไม่เป็นอันตรายต่อตนเองและสังคม บทความวิเคราะห์ปี 2560 เขียนว่า สำหรับสามีภรรยาทั่วไป เสมอกันไม่จำเป็นต้องเท่ากันทั้งปริมาณและคุณภาพ แต่ควรไปในทิศทางเดียวกันและพอ ๆ กัน ผู้เขียนอ่านว่าสี่ข้อนี้ไม่มีข้อไหนผูกกับเพศ
ถ้าอยากอ่านเรื่องประวัติและวัฒนธรรมของเกย์ไทยต่อ มีหน้าเรื่องประวัติและวัฒนธรรมเกย์ไทยของ Quicky Quicky เป็นแอปในเครือเดียวกับเว็บนี้
แหล่งอ้างอิง
- พระไตรปิฎก ฉบับหลวง อังคุตตรนิกาย จตุกกนิบาต — สมชีวิสูตรที่ 1 (เว็บไซต์ 84000.org)
- ไพฑูรย์ อุทัยคาม และพระมหาพรชัย สิริวโร — การแต่งงานของคนเพศเดียวกัน วารสาร มจร บาฬีศึกษาพุทธโฆสปริทรรศน์ (2566)
- นภาพร วรสายัณห์ — วิเคราะห์สมชีวิตาธรรมสำหรับคู่สามีภรรยาในปัจจุบัน วารสาร มจร พุทธปัญญาปริทรรศน์ (2560)
- อำนาจ ยอดทอง — พุทธศาสนาเถรวาทกับมุมมองจริยธรรมเกี่ยวกับเพศสัมพันธ์ วารสารสันติศึกษาปริทรรศน์ มจร (2563)


