สมรสเท่าเทียม ไทย 1 ปีผ่านไป เปลี่ยนแปลงอะไรบ้าง? สิทธิเกย์ไทย ที่ต้องรู้

ย้อนกลับไปเมื่อปีที่แล้ว สังคมไทยได้จารึกประวัติศาสตร์หน้าใหม่ที่เต็มไปด้วยรอยยิ้ม คราบน้ำตาแห่งความปีติ และธงสีรุ้งที่โบกสะบัดไปทั่วประเทศ เมื่อกฎหมาย สมรสเท่าเทียม ได้รับการอนุมัติและบังคับใช้อย่างเป็นทางการ ประเทศไทยก้าวขึ้นเป็นชาติแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (ASEAN) และเป็นประเทศที่สามในเอเชียที่รับรองสิทธิการแต่งงานของบุคคลที่มีความหลากหลายทางเพศ

สมรสเท่าเทียม ไทย 1 ปีผ่านไป เปลี่ยนแปลงอะไรบ้าง? สิทธิเกย์ไทย ที่ต้องรู้

การผ่านร่างกฎหมายฉบับนี้ ไม่ได้เป็นเพียงแค่ชัยชนะทางการเมือง แต่มันคือการต่อสู้เพื่อ สิทธิเกย์ไทย และประชาชนชาว LGBTQ+ ทุกคน คำถามที่น่าสนใจ และหลายคนในคอมมูนิตี้ของเรากำลังตั้งข้อสังเกตก็คือ… “แล้วหลังจากปาร์ตี้เฉลิมฉลองบนถนนสีลมจบลง 1 ปีที่ผ่านมานี้ ชีวิตของพวกเราเปลี่ยนไปอย่างไรบ้าง?”

“Quicky"

ในช่วง 1 ปีแรกของการบังคับใช้ “กฎหมายสมรสเท่าเทียม” สิ่งที่เห็นได้ชัดเจนที่สุดและสร้างความตื้นตันใจให้กับสังคมไทยมากที่สุด คือปรากฏการณ์ “งานแต่งงานสีรุ้ง” ที่จัดขึ้นอย่างเนืองแน่นทั่วประเทศ เราไม่ได้พูดถึงแค่งานแต่งงานในเชิงสัญลักษณ์อีกต่อไป แต่เรากำลังพูดถึงคู่รัก ชายรักชาย และเพศทางเลือกอื่น ๆ ที่สามารถจับมือกันเดินเข้าสำนักงานเขต เพื่อเซ็นชื่อลงในเอกสารทางกฎหมายที่มีผลผูกพันอย่างแท้จริง

การเปลี่ยนแปลงนี้คือการปลดล็อก สิทธิเกย์ไทย ขั้นพื้นฐานที่ คู่รักเพศหลากหลาย ถูกพรากไปนานนับทศวรรษ มันคือการยืนยันว่ารัฐมองเห็นพวกเขาในฐานะ “พลเมืองชั้นหนึ่ง” ที่มีสิทธิในการสร้างครอบครัว

(อ้างอิง: คุณสามารถชมบรรยากาศการจดทะเบียนสมรสคู่แรกๆ ของไทยได้จาก POLICY WATCH จับตาอนาคตประเทศไทย ของไทยพีบีเอสที่นี่ บรรยากาศวันแรก จดทะเบียนคู่รัก LGBTQ)

ความก้าวหน้าของ สิทธิเกย์ไทย หลัง พ.ร.บ. สมรสเท่าเทียม บังคับใช้

การมีกฎหมาย สมรสเท่าเทียม ทำให้สถานะ “คู่ชีวิต” ได้รับการยกระดับและรับรองให้เทียบเท่ากับคำว่า “คู่สมรส” ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ทุกประการ ซึ่งในรอบ 1 ปีที่ผ่านมา เราได้เห็นความเปลี่ยนแปลงที่เป็นรูปธรรมที่ช่วยแก้ปัญหาคลาสสิกของ คู่รักเกย์ ดังนี้:

ด้านการแพทย์: บทพิสูจน์คุณค่าของ สมรสเท่าเทียม

นี่คือหนึ่งในประเด็นที่บีบหัวใจที่สุดในอดีต เมื่อคนรักเกิดอุบัติเหตุร้ายแรงหรือเจ็บป่วยขั้นวิกฤต คนรักที่อยู่หน้าห้องไอซียู กลับไม่มีสิทธิเซ็นยินยอมให้แพทย์ทำการผ่าตัด เพราะตามกฎหมายเขาคือ “คนอื่น” แต่ปัจจุบัน 1 ปีที่ผ่านมา ฝันร้ายเหล่านั้นได้จบลงแล้ว กฎหมายสมรสเท่าเทียม มอบสิทธิเกย์ไทยให้ คู่สมรสเพศเดียวกัน สามารถเซ็นยินยอมทางการแพทย์ เป็นตัวแทนทางกฎหมาย และจัดการเรื่องสิทธิการรักษาพยาบาลได้อย่างเต็มภาคภูมิ

สมรสเท่าเทียม กับการจัดการทรัพย์สินและมรดก

ในอดีต การซื้อบ้านร่วมกันของคู่รักเกย์มีความเสี่ยงสูงทางกฎหมาย แต่ปัจจุบัน ธนาคารพาณิชย์เกือบทุกแห่งในประเทศไทย ได้ปรับเปลี่ยนนโยบายให้รองรับการ “กู้ร่วม” ของคู่สมรสเพศเดียวกันอย่างเต็มรูปแบบ การอนุมัติสินเชื่อบ้านทำได้ง่ายขึ้น นอกจากนี้ สิทธิในการจัดการ “สินสมรส” รวมถึงสิทธิในการรับมรดกในฐานะ “ทายาทโดยธรรม” ก็ได้รับการคุ้มครองอย่างสมบูรณ์แบบ

การยกระดับสิทธิเกย์ไทยผ่านสวัสดิการและภาษี

ผลพลอยได้จากสมรสเท่าเทียม คือพนักงานบริษัทเอกชนและข้าราชการ สามารถนำคู่สมรสเพศเดียวกันไปเบิกสวัสดิการค่ารักษาพยาบาล หรือสิทธิประโยชน์ต่างๆ ที่องค์กรหรือรัฐจัดให้ได้อย่างเท่าเทียม รวมถึงการใช้สิทธิ “ลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา” ซึ่งถือเป็นการยกระดับสถานะทางการเงินของคู่รักเกย์ไทยอย่างมหาศาล

ชีวิตคู่ เกย์ไทย

เพื่อให้เห็นภาพที่ชัดเจนขึ้นว่าสมรสเท่าเทียม ส่งผลอย่างไรต่อชีวิตประจำวัน ลองมาดูตัวอย่างจากชีวิตจริงของคู่รัก เกย์วัยทำงาน ที่ได้รับประโยชน์โดยตรงจากกฎหมายฉบับนี้

เรื่องราวของพี่เอกและพี่นัท: การกู้ร่วมสร้างบ้านแห่งอนาคต

พี่เอก (อายุ 38 ปี) และพี่นัท (อายุ 35 ปี) คบหาดูใจกันมานานกว่า 8 ปี ทั้งคู่ใฝ่ฝันอยากมีบ้านเดี่ยวชานเมืองเป็นของตัวเอง แต่ในอดีต การที่เกย์สองคนจะเดินเข้าไปขอสินเชื่อกู้ร่วมในฐานะ “ผู้กู้ร่วมที่ไม่ได้มีความสัมพันธ์ทางสายเลือด” เป็นเรื่องที่ธนาคารมักจะปฏิเสธ หรือหากอนุมัติก็จะได้วงเงินที่ต่ำมากและดอกเบี้ยที่สูงลิ่ว แต่หลังจาก พ.ร.บ. สมรสเท่าเทียมบังคับใช้ ทั้งคู่ได้ไปจดทะเบียนสมรสอย่างถูกต้องตามกฎหมาย เมื่อนำใบสำคัญการสมรสไปยื่นเป็นหลักฐานประกอบการกู้ซื้อบ้าน ธนาคารได้อนุมัติสินเชื่อในฐานะ “คู่สมรส” ทันที ทำให้ได้วงเงินเต็ม 100% และได้อัตราดอกเบี้ยพิเศษสำหรับครอบครัวใหม่ นี่คือตัวอย่างของการที่สิทธิเกย์ไทย ถูกนำมาใช้แก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจได้อย่างเป็นรูปธรรม

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าสมรสเท่าเทียม ไม่ได้ส่งผลดีแค่ในมิติของสิทธิมนุษยชน แต่ยังเป็นฟันเฟืองสำคัญที่ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศ 1 ปีที่ผ่านมา ภาคธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับ “งานแต่งงาน” (Wedding Industry) เติบโตขึ้นอย่างก้าวกระโดด ออร์แกไนเซอร์จัดงานแต่ง, สตูดิโอถ่ายภาพพรีเวดดิ้ง, ร้านเช่าชุดสูท และธุรกิจโรงแรม ล้วนมีรายได้เพิ่มขึ้นจากการเปิดรับลูกค้ากลุ่ม LGBTQ+ นอกจากนี้ การที่ประเทศไทยประกาศจุดยืนเรื่องสิทธิเกย์ที่ชัดเจน ยังทำให้เรากลายเป็น “หมุดหมายปลายทาง” ที่ปลอดภัยและเป็นมิตรสำหรับนักท่องเที่ยว LGBTQ+ ทั่วโลก ดึงดูดเม็ดเงินมหาศาลเข้าสู่ภาคการท่องเที่ยวและบริการของไทยอย่างต่อเนื่อง

สมรสเท่าเทียม ขับเคลื่อนเศรษฐกิจสีรุ้ง LGBTQ

นอกจากเรื่องของข้อกฎหมายที่เป็นลายลักษณ์อักษรแล้ว กฎหมายสมรสเท่าเทียม ยังทำหน้าที่เป็น “ตัวเร่งปฏิกิริยา” ที่ทำให้สังคมไทยเกิดการตระหนักรู้ เลิกตีตรา และยอมรับความหลากหลายทางเพศในระดับที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น

การยอมรับจากครอบครัว
หลายครอบครัวในอดีต เคยมองว่าความรักของเกย์เป็นเพียงเรื่องชั่วคราว แต่เมื่อรัฐบาลให้การรับรองทางกฎหมาย ทะเบียนสมรสได้กลายเป็นเครื่องพิสูจน์ความจริงจัง หลายครอบครัวกล้าที่จะจัดงานแต่งงานให้ลูกชายอย่างเปิดเผย
การขยายสิทธิเกย์ในนโยบายสถานที่ทำงาน
การเปลี่ยนแปลง ลามไปถึงโต๊ะทำงาน บริษัทชั้นนำในไทยหลายแห่ง ขยายความคุ้มครองสวัสดิการให้เป็นมิตรกับ LGBTQ+ มากขึ้น เช่น การให้สิทธิลาดูแลคู่สมรสเพศเดียวกันที่เจ็บป่วย นโยบายเหล่านี้ทำให้พนักงานเกย์รู้สึกปลอดภัย และรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งขององค์กรมากขึ้น

อ่านเรื่องราวสุดเอ็กซ์คลูซีฟได้ที่บทความ อาชีพที่เปิดกว้างสำหรับ LGBTQ+ เพราะความสามารถไม่มีเพศ

อีกหนึ่งมิติที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างน่าสนใจมากๆ คือ “วัฒนธรรมการเดท” และ Mindset ด้านความสัมพันธ์ของเกย์ไทย

จากความรักระยะสั้น สู่การวางแผนอนาคต

ในยุคก่อนที่การแต่งงานจะเป็นเรื่องเป็นไปได้ เกย์หลายคนอาจจะมองหาแค่ความสัมพันธ์ระยะสั้น แต่เมื่อ สิทธิเกย์ไทย เปิดกว้างและเท่าเทียม เกย์ไทยวัยทำงาน เริ่มตั้งคำถามกับตัวเองว่า ถึงเวลาหรือยังที่เราจะสร้างครอบครัวอย่างจริงจัง?” ทัศนคติที่เติบโตขึ้นนี้ ทำให้เครื่องมือในการหาคู่ต้องปรับตัวตามไปด้วย แอปพลิเคชันที่เน้นแค่การหาความสัมพันธ์แบบข้ามคืนเริ่มตอบโจทย์ได้น้อยลง

หากคุณเป็นคนหนึ่งที่พร้อมจะลงหลักปักฐาน และอยากเจอคนที่มีวิสัยทัศน์ในการสร้างครอบครัวเหมือนกัน ขอแนะนำให้ลอง หาคู่จริงจัง ใน Quicky แอปหาคู่เกย์ไทย เพราะ Quicky ได้ถูกออกแบบมารองรับคนที่มีเป้าหมายความสัมพันธ์ระยะยาว ช่วยให้คุณค้นหาคนที่มีไลฟ์สไตล์ ทัศนคติ และเป้าหมายชีวิตที่ตรงกัน พร้อมที่จะสร้างอนาคตหลังยุคสมรสเท่าเทียม ไปด้วยกันจริงๆ

และสำหรับใครที่เพิ่งจะก้าวออกจากความสัมพันธ์เดิมๆ เราขอแนะนำให้แวะไปอ่าน ชาวเกย์ กับความรักครั้งใหม่: เริ่มยังไงไม่ให้ซ้ำรอยเดิม? เพื่อเตรียมตัวและปรับความรู้สึกให้พร้อมก่อนเริ่มต้นใหม่

บทสรุป 1 ปี สมรสเท่าเทียม และก้าวต่อไปของคอมมูนิตี้เกย์ไทย

แม้เราจะมีกฎหมายที่เป็นที่เชิดหน้าชูตา แต่ 1 ปีที่ผ่านมาก็เป็นบทเรียนที่ทำให้เราเห็นความจริงที่ว่า “กฎหมายเปลี่ยนได้ในชั่วข้ามคืน แต่ทัศนคติคนต้องใช้เวลา” สังคมไทยยังคงมีความท้าทายเกี่ยวกับความหลากหลายทางเพศที่รอให้พวกเราก้าวผ่าน:

  • อคติที่ฝังรากลึก: ในบางพื้นที่หรือบางสายอาชีพ เกย์ยังคงเผชิญกับการถูกเลือกปฏิบัติ การถูกตีตรา หรือเผชิญกับการคุกคามในชีวิตประจำวัน เช่น คำพูด การกระทำ การกีดกัน ฯลฯ
  • สิทธิในการสร้างครอบครัวเชิงลึก: แม้สมรสเท่าเทียมจะครอบคลุมสิทธิหลายด้าน แต่เรื่องของ “การอุ้มบุญ” สำหรับคู่รักเพศเดียวกัน ยังคงมีข้อจำกัดทางกฎหมายที่ซับซ้อน

เรื่องสิทธิเกย์ไทยหลังกฎหมายสมรสเท่าเทียมผ่านเพื่อไขข้อข้องใจที่หลายคนยังมีอยู่ นี่คือสรุปคำถาม-คำตอบ สั้นๆ ที่ชาวคอมมูนิตี้มักจะถามกันเข้ามาบ่อยที่สุดในรอบปี

คำถาม: จดทะเบียนสมรสเท่าเทียมแล้ว ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งสามารถเปลี่ยนคำนำหน้านามได้หรือไม่?

ปัจจุบันกฎหมายสมรสเท่าเทียม ยังไม่ครอบคลุมถึงการเปลี่ยนคำนำหน้านาม (เช่น เปลี่ยนจาก นาย เป็น นาง/นางสาว) การผลักดันสิทธิเรื่องคำนำหน้านามยังคงเป็นวาระที่ต้องต่อสู้กันต่อไปในอนาคต

คำถาม: หากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเป็นชาวต่างชาติ สามารถจดทะเบียนสมรสในไทยได้ไหม?

ได้ครับ! กฎหมายอนุญาตให้ชาวต่างชาติจดทะเบียนสมรสกับคนไทยได้ โดยจะได้รับสิทธิในการขอวีซ่าติดตามคู่สมรส (Marriage Visa) ซึ่งนี่เป็นความก้าวหน้าครั้งสำคัญของสิทธิเกย์ไทยที่มีแฟนเป็นชาวต่างชาติ

คำถาม: จดทะเบียนแล้ว สามารถรับบุตรบุญธรรมร่วมกันได้หรือไม่?

ได้ กฎหมายรองรับให้คู่สมรสเพศเดียวกันสามารถจดทะเบียนรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรมร่วมกันได้ โดยเด็กจะมีสิทธิและหน้าที่ตามกฎหมายเสมือนบุตรสายเลือดแท้ๆ

บทสรุป 1 ปี สมรสเท่าเทียม และก้าวต่อไปของคอมมูนิตี้เกย์ไทย

1 ปีของการมีกฎหมายสมรสเท่าเทียม พิสูจน์ให้ฝ่ายอนุรักษ์นิยมเห็นแล้วว่า การมอบสิทธิเกย์ไทย อย่างเท่าเทียมกับพลเมืองทุกคน ไม่ได้ทำให้สถาบันครอบครัวล่มสลาย ในทางกลับกัน มันกลับสร้างสถาบันครอบครัวที่อบอุ่นขึ้น และทำให้ประเทศไทยกลายเป็นหมุดหมายสำคัญของความเจริญรอยทางสิทธิมนุษยชน (Human Rights) ในเวทีโลก

หากวันนี้คุณพร้อมแล้วที่จะเขียนเรื่องราวความรักของตัวเอง อย่าลืมดูแลหัวใจตัวเองให้แข็งแรง เปิดใจให้กว้าง และออกไปค้นหาคนที่ใช่ไปด้วยกันนะครับ ติดตามเรื่องราวเจาะลึกมิติสังคม วัฒนธรรม และข่าวสารที่เกย์ไทยต้องรู้เสมอที่นี่ครับ

Similar Posts